ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ยานยนต์

Nissan ELGRAND e-POWER e-4ORCE เปิดราคาญี่ปุ่น เริ่มราว 1.45 ล้านบาท ลุ้นเข้าไทยปลายปีนี้

Nissan ELGRAND e-POWER e-4ORCE เปิดราคาญี่ปุ่นเริ่ม 6,897,000 เยน หรือราว 1.45 ล้านบาท พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า ลุ้นทำตลาดไทยปลายปี 2026

โดย นลินี ภัทรกิจ··อ่าน 10 นาที·0 ครั้ง
แชร์บทความ

รายงานบทความนี้

เลือกเหตุผลที่ต้องการรายงาน

Nissan ELGRAND e-POWER e-4ORCE สีขาว รุ่นใหม่บนฉากถนนยามเย็น
Nissan ELGRAND รุ่นใหม่ในญี่ปุ่นมาพร้อมระบบ e-POWER e-4ORCE และห้องโดยสารแนวลักชัวรี MPV — Official image from Nissan Japan

Nissan ELGRAND e-POWER e-4ORCE รุ่นใหม่ในญี่ปุ่นเปิดราคาอย่างเป็นทางการแล้ว โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 6,897,000 เยน หรือประมาณ 1.45 ล้านบาท สำหรับตลาดญี่ปุ่น ขณะที่สื่อยานยนต์ไทยรายงานว่ามีโอกาสได้เห็นรถรุ่นนี้ในประเทศไทยช่วงปลายปี 2026 เพื่อเข้ามาชนตลาดลักชัวรี MPV ที่ Toyota Alphard และ Vellfire ครองความนิยมอยู่ในปัจจุบัน

ประเด็นที่ทำให้ ELGRAND น่าจับตาไม่ใช่แค่การกลับมาของชื่อรุ่นระดับพรีเมียม แต่คือระบบขับเคลื่อน e-POWER e-4ORCE ที่ใช้เครื่องยนต์เป็นเครื่องปั่นไฟให้มอเตอร์ไฟฟ้า โดยล้อถูกขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ ไม่ใช่เครื่องยนต์โดยตรง แนวทางนี้เคยถูกนำมาใช้กับรถนำเข้าญี่ปุ่นในไทยอย่าง Nissan Serena e-POWER และ X-Trail e-POWER e-4ORCE มาแล้ว

ราคาและตำแหน่งตลาดในญี่ปุ่น

ตามข้อมูลจาก AutoLife Thailand และหน้าเว็บไซต์ Nissan Japan รุ่นปกติในญี่ปุ่นเริ่มที่ X e-4ORCE ราคา 6,897,000 เยน ส่วนรุ่น G e-4ORCE ราคา 7,579,000 เยน ขณะที่รุ่นตกแต่งพิเศษและรุ่น VIP ขยับขึ้นไปถึงระดับกว่า 8 ล้านเยน โดยรุ่น VIP G e-4ORCE อยู่ที่ 8,698,800 เยน หรือประมาณ 1.83 ล้านบาทตามการคำนวณของแหล่งข่าว

เมื่อเทียบในญี่ปุ่น Toyota Alphard HEV มีช่วงราคาเริ่มต้นต่ำกว่าในบางรุ่น แต่โจทย์ของตลาดไทยอาจต่างออกไป เพราะโครงสร้างภาษีนำเข้ารถที่ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบ e-POWER อาจทำให้ต้นทุนแข่งขันได้ดีกว่ารถไฮบริดแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม ราคาจำหน่ายไทยยังต้องรอการประกาศจาก Nissan ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

ขุมพลัง e-POWER e-4ORCE รุ่นที่ 3

ELGRAND ใหม่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ZR15DDTe 3 สูบ 1.5 ลิตร VC Turbo ทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าให้ระบบ e-POWER โดย AutoLife ระบุว่ากำลังเครื่องยนต์อยู่ที่ 142 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร ก่อนส่งพลังงานไปยังมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวในระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ e-4ORCE

มอเตอร์หน้ามีกำลัง 203 แรงม้า แรงบิด 330 นิวตันเมตร ส่วนมอเตอร์หลังมีกำลัง 135 แรงม้า แรงบิด 195 นิวตันเมตร แรงบิดรวมสูงสุด 525 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.8 kWh และโหมดการขับขี่ 6 รูปแบบ ได้แก่ Personal, Sport, Standard, Comfort, ECO และ Snow

ขนาดตัวถังและอุปกรณ์เด่น

มิติตัวถังที่รายงานโดย AutoLife อยู่ที่ยาว 4,995 มม. กว้าง 1,895 มม. สูง 1,965 มม. และฐานล้อ 3,000 มม. ใกล้เคียงกับ Toyota Alphard โดย ELGRAND จะสั้นกว่า Alphard แต่กว้างและสูงกว่าเล็กน้อยในข้อมูลเปรียบเทียบของแหล่งข่าว

อุปกรณ์ที่น่าสนใจมีทั้งช่วงล่าง Intelligent Dynamic Suspension, ล้อ 18 นิ้วพร้อมยาง 235/60 R18, หลังคา Dual Sunroof 2 ตอน, เบาะแถวสองแบบ Lounge Ottoman พร้อมระบบระบายอากาศ, เบาะแถวสามแยกพับ 50:50, หน้าจอมาตรวัดดิจิทัล 14.3 นิ้ว, จอกลางสัมผัส 14.3 นิ้ว, เครื่องเสียง BOSE 3D Surround Sound ลำโพง 22 ตำแหน่ง, กล้องรอบคัน 360 องศา และระบบช่วยขับ Nissan ProPILOT

สำหรับสีตัวถังในญี่ปุ่นมีให้เลือกหลายเฉด เช่น Fuji Dawn Two-Tone, Shigoku, Prism White, Dark Metal Grey และ Midnight Black ส่วนภายในมีโทนสีให้เลือกทั้ง Silver Snow Ginsetsu, Rosewood Shitan และ Dark Black ซึ่งสะท้อนการวางตำแหน่งเป็น MPV หรูสำหรับครอบครัวและผู้โดยสารระดับผู้บริหาร

สิ่งที่ต้องจับตาในไทย

หาก Nissan ประเทศไทยเดินหน้าทำตลาด ELGRAND e-POWER e-4ORCE จริง จุดชี้ขาดจะอยู่ที่ราคาจำหน่าย อุปกรณ์ที่ติดตั้งมาในรุ่นไทย และการวางตำแหน่งเทียบกับ Toyota Alphard/Vellfire ทั้งจากผู้นำเข้าอิสระและผู้แทนจำหน่ายหลัก เพราะตลาด MPV หรูในไทยให้ความสำคัญกับความสบาย เบาะแถวสอง ภาพลักษณ์แบรนด์ และบริการหลังการขายอย่างมาก

ในเวลานี้ข้อมูลราคาไทยและสเปกไทยยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ จึงควรมองข่าวนี้เป็นสัญญาณความเป็นไปได้จากฝั่งญี่ปุ่นและกระแสเตรียมเปิดตัว มากกว่าข้อมูลยืนยันสุดท้ายของตลาดไทย

เรียบเรียงจาก AutoLife Thailand และข้อมูลผลิตภัณฑ์ Nissan Japan

ความคิดเห็น

การแสดงความคิดเห็นถือว่ายอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว — เราเก็บ IP (แบบเข้ารหัส) เพื่อป้องกันสแปม

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกสิ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูหมวดยานยนต์