ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
กีฬา

อาร์เจนติน่าโกงตายท้ายเกม แซงอังกฤษ 2-1 ลิ่วชิงฟุตบอลโลก 2026

อาร์เจนติน่าตามหลังอังกฤษก่อน แต่เอ็นโซ่ เฟอร์นันเดซยิงตีเสมอนาที 85 และเลาตาโร่ มาร์ติเนซโขกชัยช่วงทดเจ็บ พาทีมแซงชนะ 2-1 เข้าชิงกับสเปน

โดย กองบรรณาธิการ··อัปเดต 16 กรกฎาคม 2569·อ่าน 8 นาที·1 ครั้ง
แชร์บทความ

รายงานบทความนี้

เลือกเหตุผลที่ต้องการรายงาน

นักเตะอาร์เจนติน่าฉลองหลังแซงชนะอังกฤษในฟุตบอลโลก 2026
อาร์เจนติน่าพลิกสถานการณ์ช่วงท้ายเกม ก่อนผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 — Soccersuck / uploaded to Kao Today from user-provided source

อาร์เจนติน่าทำดราม่าช่วงท้ายเกมอีกครั้ง หลังตามหลังอังกฤษก่อน 0-1 แต่เร่งเครื่องยิงคืน 2 ประตูในช่วง 5 นาทีสุดท้ายและทดเวลาบาดเจ็บ แซงชนะ 2-1 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่สนามเมอร์เซเดส เบนซ์ เมืองแอตแลนตา เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2026 พร้อมผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับสเปน

อังกฤษของโธมัส ทูเคิ่ลเริ่มเกมด้วยระบบ 4-2-3-1 วางแฮร์รี่ เคนเป็นกองหน้าตัวเป้า มีจู๊ด เบลลิ่งแฮม, แอนโธนี่ กอร์ดอน และมอร์แกน โรเจอร์คอยสนับสนุน ขณะที่อาร์เจนติน่าของลิโอเนล สกาโลนี่มาในระบบ 4-4-2 ให้ลิโอเนล เมสซี่จับคู่กับฮูเลียน อัลวาเรซ โดยมีเอ็นโซ่ เฟอร์นันเดซและอเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์คุมจังหวะแดนกลาง

อังกฤษและอาร์เจนติน่าดวลกันในฟุตบอลโลก 2026

อังกฤษนำก่อน แต่อาร์เจนติน่ายังไม่ยอมถอย

ครึ่งแรกเป็นเกมที่รัดกุม ทั้งสองทีมระวังตัวสูงและมีจังหวะเข้าทำไม่มากนัก อังกฤษได้ลุ้นจากลูกตั้งเตะเมื่อดีแคลน ไรซ์เปิดให้จอห์น สโตนส์โหม่ง แต่บอลหลุดกรอบ ส่วนอาร์เจนติน่ามีโอกาสจากจังหวะประสานงานของเมสซี่และเลอันโดร ปาเรเดส ก่อนบอลมาเข้าทางเอ็นโซ่ เฟอร์นันเดซซัดไกลข้ามคาน

เกมมาเปิดจริงในครึ่งหลัง นาที 55 อังกฤษขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่แฮร์รี่ เคนวางบอลยาวขึ้นหน้า นิโคลัส ทาเกลียฟิโก้สกัดไม่ขาด บอลไหลมาถึงมอร์แกน โรเจอร์ ก่อนเปิดเข้ากลางให้แอนโธนี่ กอร์ดอนชาร์จจ่อ ๆ ส่งบอลเข้าประตูอย่างเด็ดขาด

หลังเสียประตู อาร์เจนติน่าพยายามกดดันต่อเนื่อง นาที 68 เมสซี่เปิดให้ นิโก้ กอนซาเลซโหม่ง แต่จอร์แดน พิกฟอร์ตยังเซฟไว้ได้ จากนั้นนาที 75 โรดริโก เด ปอลเปิดบอลให้แม็ค อัลลิสเตอร์โขกชนเสา ทำให้อังกฤษยังรอดตัวและรักษาสกอร์นำไว้ได้

จังหวะเกมระหว่างอังกฤษกับอาร์เจนติน่าในฟุตบอลโลก 2026

เมสซี่ปั้นเกม เอ็นโซ่ยิงไกล เลาตาโร่ปิดบัญชี

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นช่วงท้ายเกม เมื่ออาร์เจนติน่าส่งเลาตาโร่ มาร์ติเนซลงมาเพิ่มมิติในแดนหน้า และเริ่มบีบให้อังกฤษต้องถอยลึกมากขึ้น นาที 85 ทัพฟ้าขาวตีเสมอ 1-1 จากลูกเตะมุมเล่นสั้น เมสซี่ประสานงานกับกอนซาโล่ มอนเตอัล ก่อนบอลมาเข้าทางเอ็นโซ่ เฟอร์นันเดซซัดไกลระยะประมาณ 30 หลา บอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม

ช่วงทดเจ็บนาที 90+2 อาร์เจนติน่าแซงนำ 2-1 จากจังหวะต่อเนื่องที่แม็ค อัลลิสเตอร์ยิงชนเสา บอลมาเข้าทางเมสซี่ ก่อนกัปตันทีมวัย 39 ปีลากหลบแนวรับอังกฤษแล้วเปิดด้วยขวาเข้าเขตโทษให้เลาตาโร่ มาร์ติเนซโขกเต็มศีรษะผ่านพิกฟอร์ตเข้าไป กลายเป็นประตูชัยสุดสำคัญ

นักเตะอาร์เจนติน่าฉลองประตูสำคัญในช่วงท้ายเกม

ผลการแข่งขันนี้ทำให้อาร์เจนติน่าผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ไปพบกับสเปน ส่วนอังกฤษต้องไปเล่นนัดชิงอันดับ 3 กับฝรั่งเศส โดยเกมนี้ยังกลายเป็นประเด็นถกเถียงเรื่องการเปลี่ยนตัวและการถอยรับของอังกฤษ หลังจากนำอยู่แต่ไม่สามารถปิดเกมได้

สำหรับผู้เล่นที่โดดเด่น เมสซี่มีบทบาทสำคัญในการสร้างเกมและจังหวะแอสซิสต์ประตูชัย ขณะที่เอ็นโซ่ เฟอร์นันเดซยิงประตูตีเสมอสุดสวยและได้รับคะแนนเด่นในแดนกลาง ส่วนเลาตาโร่ มาร์ติเนซลงมาเป็นตัวสำรองก่อนใช้โอกาสสำคัญเปลี่ยนผลการแข่งขันในช่วงเวลาที่กดดันที่สุด

เลาตาโร่ มาร์ติเนซและอาร์เจนติน่ากลายเป็นจุดเปลี่ยนท้ายเกม

สิ่งที่ต้องจับตาต่อ

รอบชิงชนะเลิศระหว่างอาร์เจนติน่ากับสเปนจะเป็นการวัดกันระหว่างประสบการณ์ของแชมป์เก่าและพลังเกมรุกของทีมจากยุโรป ขณะเดียวกัน อังกฤษต้องกลับไปทบทวนทั้งแท็กติกช่วงท้ายเกมและการบริหารตัวสำรอง หลังปล่อยให้โมเมนตัมเปลี่ยนไปอยู่กับคู่แข่งจนโดนลงโทษในเวลาไม่กี่นาที

บรรยากาศการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ระหว่างอังกฤษกับอาร์เจนติน่า

เรียบเรียงจาก Soccersuck

ความคิดเห็น

การแสดงความคิดเห็นถือว่ายอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว — เราเก็บ IP (แบบเข้ารหัส) เพื่อป้องกันสแปม

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกสิ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูหมวดกีฬา