อังกฤษ 10 คนเฉือนเม็กซิโก 3-2 ลิ่ว 8 ทีมบอลโลก 2026
อังกฤษเหลือ 10 คนแต่ยังเฉือนเม็กซิโก 3-2 ที่อัซเตกา เบลลิงแฮมซัดสองประตู เคนยิงจุดโทษ พาทีมลิ่วชน นอร์เวย์ รอบ 8 ทีมบอลโลก 2026

อังกฤษผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 หลังบุกชนะเม็กซิโกเจ้าภาพร่วม 3-2 ที่เอสตาดิโอ อัซเตกา ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายซึ่งเต็มไปด้วยจังหวะพลิกผัน ทั้งการเลื่อนแข่งจากสภาพอากาศ ประตูติดกันของจู๊ด เบลลิงแฮม ใบแดงของจาเรลล์ ควานซาห์ และช่วงท้ายที่เม็กซิโกโหมบุกใส่ทีมที่เหลือ 10 คนอย่างหนัก
ผลการแข่งขันนัดนี้ทำให้อังกฤษยังอยู่บนเส้นทางลุ้นแชมป์ และมีคิวพบกับนอร์เวย์ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่ไมอามี การ์เดนส์ รัฐฟลอริดา ขณะที่เม็กซิโกต้องหยุดเส้นทางในรอบ 16 ทีมอีกครั้ง แม้ได้เล่นต่อหน้าแฟนบอลในบ้านและมีโอกาสกลับมาอย่างต่อเนื่องตลอดครึ่งหลัง

เบลลิงแฮมกดสองลูกใน 98 วินาที
เกมที่เม็กซิโก ซิตี้เริ่มช้ากว่ากำหนดราวหนึ่งชั่วโมงเพราะสภาพอากาศ ก่อนที่อังกฤษจะตั้งเกมได้เยือกเย็นกว่าในครึ่งแรก จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในนาทีที่ 36 เมื่อเบลลิงแฮมโหม่งให้ทีมขึ้นนำ จากนั้นเพียง 98 วินาที เขาทำประตูที่สองจากจังหวะประสานงานกับแนวรุกของอังกฤษ ทำให้สกอร์ขยับเป็น 2-0 และทำให้เสียงเชียร์ในสนามอัซเตกาเงียบลงชั่วขณะ
เม็กซิโกไม่ยอมปล่อยเกมให้ไหลไปตามอังกฤษ ฆูเลียน กีโญเนส ยิงตีไข่แตกในนาทีที่ 42 หลังเจ้าถิ่นกดดันต่อเนื่องและมีโอกาสจากราอูล คิเมเนซหลายครั้ง ครึ่งแรกจบลงด้วยสกอร์ 2-1 ซึ่งยังเปิดโอกาสให้เกมกลับมาสูสีเต็มที่


ใบแดงทำเกมเปลี่ยน แต่เคนยิงจุดโทษหนี
ครึ่งหลังสถานการณ์ของอังกฤษยากขึ้นทันทีเมื่อควานซาห์โดนใบแดงในนาทีที่ 54 จากจังหวะเข้าปะทะใส่เฆซุส กัลลาร์โด ทำให้ทีมของโธมัส ทูเคิ่ลต้องเล่นด้วยผู้เล่นน้อยกว่าตั้งแต่ยังเหลือเวลาอีกมาก เม็กซิโกพยายามเร่งจังหวะโจมตีริมเส้นและบีบให้อังกฤษถอยต่ำลงเรื่อย ๆ
อย่างไรก็ตาม อังกฤษกลับมาได้ประตูที่สามในนาทีที่ 60 เมื่อราอูล รังเคล นายทวารเม็กซิโกทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ แฮร์รี่ เคนรับหน้าที่สังหารไม่พลาด สกอร์กลายเป็น 3-1 ประตูนี้ยังเพิ่มสถิติส่วนตัวของเคนในเวทีฟุตบอลโลก และช่วยให้อังกฤษมีพื้นที่หายใจในช่วงเวลาที่รูปเกมกำลังเอียงไปทางเจ้าถิ่น


เม็กซิโกไล่จนสุด แต่อังกฤษยันอยู่
ความดราม่ายังไม่จบ เพราะเคนไปทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษของตัวเอง ส่งผลให้เม็กซิโกได้จุดโทษและคิเมเนซยิงเข้าไป ไล่ขึ้นมาเป็น 2-3 จากนั้นเจ้าถิ่นโหมบุกอย่างหนักในช่วงท้ายเกม รวมถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บยาว 11 นาที แต่แนวรับอังกฤษและจอร์แดน พิคฟอร์ดยังช่วยกันประคองสกอร์ไว้ได้
ทูเคิ่ลปรับเกมด้วยการส่งแดน เบิร์นและเจด สเปนซ์ลงมาเติมแนวรับ เปลี่ยนรูปแบบการยืนให้แน่นขึ้นเพื่อรับมือบอลโยนและการเข้าทำระลอกสุดท้ายของเม็กซิโก แม้เจ้าถิ่นจะพยายามใช้แรงเชียร์ในสนามอัซเตกากดดันจนวินาทีสุดท้าย แต่อังกฤษก็เอาตัวรอดไปได้


ชัยชนะครั้งนี้มีความหมายทั้งในเชิงผลการแข่งขันและประวัติศาสตร์ของสนาม เพราะรายงานของ AP ระบุว่าเม็กซิโกไม่เคยแพ้เกมฟุตบอลโลกที่อัซเตกามาก่อน ขณะที่อังกฤษกลายเป็นทีมที่ฝ่าความกดดันของเจ้าภาพร่วมและสถานการณ์ผู้เล่นน้อยกว่าได้สำเร็จ
สำหรับรอบต่อไป อังกฤษจะพบกับนอร์เวย์ ซึ่งเพิ่งเอาชนะบราซิล 2-1 โดยมีเออร์ลิง ฮาลันด์เป็นตัวอันตรายสำคัญ เกมดังกล่าวจะเป็นอีกบททดสอบว่าแนวรับของอังกฤษที่ผ่านศึกหนักจากเม็กซิโกมาได้ จะรับมือหนึ่งในกองหน้าที่อันตรายที่สุดของทัวร์นาเมนต์ได้หรือไม่

เรียบเรียงจาก Soccersuck, AP ผ่าน The Mercury News และรายงานข่าวต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง


