อิหร่านขู่ปิดเส้นทางค้าเพิ่ม หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีระลอกใหม่
อิหร่านขู่ปิดเส้นทางส่งออกน้ำมันและก๊าซเพิ่ม หลังสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายทางทหารระลอกใหม่ ความตึงเครียดรอบช่องแคบฮอร์มุซดันราคาน้ำมันและกดดันการค้าโลก

อิหร่านยกระดับคำเตือนในตะวันออกกลาง โดยระบุว่าอาจปิดเส้นทางส่งออกน้ำมันและก๊าซเพิ่มเติมในภูมิภาค ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่านระลอกใหม่เมื่อวันพุธ ความตึงเครียดรอบช่องแคบฮอร์มุซจึงกลับมาเป็นจุดเสี่ยงสำคัญต่อการเดินเรือ การค้า และราคาพลังงานโลก
ตามรายงานของ BBC กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน หรือ IRGC ยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงถูกปิดจนกว่าสหรัฐฯ จะยุติสิ่งที่อิหร่านเรียกว่า “การรุกราน” พร้อมขู่ปิดเส้นทางส่งออกน้ำมันและก๊าซอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และพันธมิตร แม้ยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเส้นทางใดจะได้รับผลกระทบ
สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายชายฝั่งและคลังขีปนาวุธ
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ Centcom ระบุว่า การโจมตีเมื่อเช้าวันพุธมีทั้งโดรน การโจมตีทางอากาศ และปฏิบัติการทางเรือ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดขีดความสามารถของอิหร่านในการโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ รายงานของ ABC News ระบุสอดคล้องกันว่า Centcom อธิบายปฏิบัติการดังกล่าวว่าเป็นการโจมตีต่อเนื่องราว 90 นาทีต่อระบบป้องกันชายฝั่ง รวมถึงแหล่งเก็บและฐานยิงขีปนาวุธร่อนบนเกาะ Greater Tunb
ก่อนหน้านั้น สหรัฐฯ เพิ่งดำเนินปฏิบัติการนานหลายชั่วโมงในช่วงกลางคืน ขณะที่รัฐบาลวอชิงตันได้กลับมาใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านอีกครั้งเมื่อเย็นวันอังคาร ส่งผลให้เรือไม่สามารถเดินทางเข้าออกท่าเรือและพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่านได้ตามปกติ มาตรการดังกล่าวเคยถูกยกเลิกภายใต้บันทึกความเข้าใจที่สองประเทศทำไว้เมื่อเดือนก่อนเพื่อพยายามลดความขัดแย้ง แต่ข้อพิพาทเรื่องช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้ความตึงเครียดปะทุขึ้นอีก
คำขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มแรงกดดัน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวในการให้สัมภาษณ์ที่ออกอากาศคืนวันอังคารว่า หากอิหร่านไม่กลับเข้าสู่การเจรจา สหรัฐฯ อาจโจมตีสะพานและโรงไฟฟ้าของอิหร่านในสัปดาห์หน้า โดยเขาระบุว่าจะเก็บเป้าหมายด้านพลังงานไว้เป็นลำดับท้าย ๆ แต่ท้ายที่สุดอาจโจมตีเป้าหมายดังกล่าว คำพูดนี้เพิ่มแรงกดดันทางการทูตอย่างมาก เพราะการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนเป็นประเด็นอ่อนไหวตามกฎหมายระหว่างประเทศ
BBC ระบุว่า คำขู่ลักษณะคล้ายกันของทรัมป์เมื่อเดือนเมษายนเคยถูก Volker Türk ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติวิจารณ์ว่า ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ การจงใจโจมตีพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนถือเป็นอาชญากรรมสงคราม ประเด็นนี้ทำให้ท่าทีล่าสุดของสหรัฐฯ ถูกจับตาไม่เพียงในมิติความมั่นคง แต่รวมถึงความชอบธรรมทางกฎหมายและผลกระทบต่อพลเรือนด้วย
ชาติกัลฟ์รายงานการสกัดโดรนและขีปนาวุธ
ขณะเดียวกัน สถานีโทรทัศน์ของรัฐอิหร่านรายงานว่า กองทัพอิหร่านโจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ ในจอร์แดน คูเวต และบาห์เรน ส่วนพันธมิตรสหรัฐฯ ในภูมิภาครายงานว่ามีการสกัดกั้นโดรนและขีปนาวุธที่ยิงมาจากอิหร่าน ABC News รายงานเพิ่มเติมว่า กองกำลังป้องกันประเทศบาห์เรนระบุว่าสามารถสกัดกั้นการโจมตีทางอากาศได้หลายครั้งในเช้าวันพุธ
แม้ปฏิบัติการล่าสุดยังถูกนำเสนอโดยสหรัฐฯ ว่ามุ่งลดภัยคุกคามต่อการเดินเรือเชิงพาณิชย์ แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจเริ่มปรากฏชัด โดย BBC ระบุว่าราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่การจราจรของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบสำคัญนี้แทบหยุดชะงัก สำหรับตลาดโลก ความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่การปะทะทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แต่ยังรวมถึงความไม่แน่นอนของเส้นทางพลังงานที่หลายประเทศพึ่งพา
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือ อิหร่านจะขยายการปิดกั้นไปยังเส้นทางใดจริงหรือไม่ สหรัฐฯ จะเดินหน้าโจมตีเป้าหมายเพิ่มเติมตามคำขู่ของทรัมป์หรือกลับสู่โต๊ะเจรจา และประเทศพันธมิตรในอ่าวจะสามารถจำกัดความเสียหายต่อการเดินเรือได้เพียงใด หากทั้งสองฝ่ายยังใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นพื้นที่ต่อรอง ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกและความมั่นคงในภูมิภาคมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง
เรียบเรียงจาก BBC News, ABC News และ Iran International


