รัสเซียถล่มเคียฟระลอกใหญ่ เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ราย ยูเครนเร่งขอระบบแพทริออต
รัสเซียเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟด้วยโดรนและขีปนาวุธระลอกใหญ่ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ราย บาดเจ็บราว 90 ราย ยูเครนระบุเป็นความท้าทายหนักต่อระบบป้องกันภัยทางอากาศ

รัสเซียเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟด้วยโดรนและขีปนาวุธระลอกใหญ่ในช่วงข้ามคืน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ราย และบาดเจ็บราว 90 ราย ตามรายงานของ BBC ที่อ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น โดยวิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ ระบุว่าเป็นการโจมตีที่รุนแรงและครอบคลุมพื้นที่กว้างที่สุดครั้งหนึ่งต่อเมืองหลวงยูเครน พร้อมประกาศให้วันศุกร์เป็นวันไว้อาลัย
การโจมตีเกิดขึ้นหลายระลอกต่อเนื่องยาวนานกว่า 11 ชั่วโมง เริ่มจากโดรนโจมตีเขตประวัติศาสตร์ของเมือง ทำให้เกิดเพลิงไหม้ในโรงแรมใจกลางกรุงเคียฟ ก่อนตามมาด้วยขีปนาวุธหลายสิบลูกในช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. และระลอกใหม่ในช่วง 03.00 น. จากนั้นยังมีโดรนจำนวนมากพุ่งเป้าเข้าหาเมืองจนถึงรุ่งเช้า
เขตที่พักอาศัยเสียหายหนัก
พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักรวมถึงเขตดาร์นิตสกีทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเคียฟ ซึ่งรายงานระบุว่าขีปนาวุธ 2 ลูกตกใส่บริเวณที่พักอาศัยโดยตรง ลูกหนึ่งทำให้เกิดหลุมขนาดใหญ่ใกล้โรงเรียนอนุบาล ขณะที่อีกลูกพุ่งชนอาคารอพาร์ตเมนต์สูง 9 ชั้น ทำให้บางส่วนของอาคารพังถล่มลงมาเป็นกองคอนกรีต
เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคาร ขณะที่ประชาชนบางส่วนต้องอพยพออกจากหลายย่านของเมือง BBC รายงานคำบอกเล่าของชาวบ้านในพื้นที่ว่า แรงระเบิดทำให้กระจกแตก รถยนต์เสียหาย และฝุ่นเถ้าปกคลุมบริเวณโดยรอบ หลายครอบครัวต้องรอข่าวญาติอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ
ทิมูร์ ตคาเชนโก หัวหน้าฝ่ายบริหารทหารของกรุงเคียฟ กล่าวว่า ในกลุ่มผู้บาดเจ็บมีเด็กรวมอยู่ด้วย และกล่าวหารัสเซียว่าโจมตีพื้นที่พลเรือนอีกครั้ง ขณะที่ทางการยูเครนย้ำว่าการโจมตีครั้งนี้สร้างผลกระทบต่อพื้นที่อยู่อาศัย ไม่ใช่เป้าหมายทางทหารเพียงอย่างเดียว
ยูเครนชี้เป็นภาระหนักต่อระบบป้องกันภัยทางอากาศ
กองทัพอากาศยูเครนระบุว่า รัสเซียยิงขีปนาวุธ 74 ลูก และปล่อยโดรน 496 ลำในช่วงข้ามคืน โดยมีเป้าหมายหลักที่กรุงเคียฟ แม้ระบบป้องกันภัยทางอากาศจะสกัดกั้นได้จำนวนมาก แต่ยังมีขีปนาวุธและโดรนบางส่วนตกกระทบใน 33 จุด นักวิเคราะห์ด้านการบินของยูเครนให้ความเห็นว่า การใช้ขีปนาวุธหลายชนิดผสมกับโดรนในช่วงเวลาใกล้กันทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศต้องรับมือกับโจทย์ซับซ้อนมากขึ้น
ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เรียกร้องให้สหรัฐฯ อนุญาตการผลิตขีปนาวุธสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต โดยระบุว่าเป็นความจำเป็นเร่งด่วนและสำคัญยิ่งสำหรับยูเครน ขณะที่อันดรีย์ ซิบีฮา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน เรียกร้องให้ประเทศพันธมิตรส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศเพิ่มเติม พร้อมกล่าวว่ายูเครนต้องการการลงมือที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงคำประณาม
รัสเซียอ้างโจมตีเป้าหมายทางทหาร
ฝ่ายรัสเซียระบุว่า การโจมตีมุ่งเป้าไปที่โรงงานทางทหารของยูเครน และเป็นการตอบโต้การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนในรัสเซีย ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลินกล่าวว่า รัสเซียจะยังเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลเคียฟต่อไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
ยูเครนโต้กลับว่าการอธิบายการโจมตีดังกล่าวว่าเป็นการตอบโต้ไม่อาจทำให้การโจมตีพื้นที่พลเรือนเป็นเรื่องชอบธรรมได้ โดยรัฐมนตรีต่างประเทศยูเครนระบุว่า ในสงครามครั้งนี้มีฝ่ายรุกรานและฝ่ายที่กำลังป้องกันตนเอง พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศเพิ่มแรงสนับสนุนด้านการป้องกันภัยทางอากาศ
เหตุโจมตีล่าสุดสะท้อนรูปแบบการโจมตีกรุงเคียฟที่ประชาชนบางส่วนมองว่าเปลี่ยนไปในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา แม้อาจไม่ได้เกิดขึ้นถี่เท่าเดิมในบางช่วง แต่แต่ละครั้งกินเวลานานขึ้น ใช้อาวุธมากขึ้น และกระทบหลายพื้นที่พร้อมกัน ทำให้ความเสี่ยงต่อพลเรือนและภาระของหน่วยกู้ภัยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เรียบเรียงจาก BBC News และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่รัสเซีย/ยูเครนที่เกี่ยวข้อง


