ขอนแก่นพบ 4 จุดเสี่ยงลอบใช้ไฟฟ้าขุดบิตคอยน์ เสียหายเบื้องต้นราว 8 ล้านบาท
ขอนแก่นพบ 4 จุดเสี่ยงลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อขุดบิตคอยน์ มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นราว 8 ล้านบาท เจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมหลักฐานดำเนินคดี

ขอนแก่นมีประเด็นร้อนด้านพลังงานและเทคโนโลยี หลังมีรายงานการตรวจสอบจุดต้องสงสัยลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อทำเหมืองเงินดิจิทัล หรือขุดบิตคอยน์ ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นรวม 4 จุด โดยมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นที่ถูกประเมินจากการตรวจสอบอยู่ที่ประมาณ 8 ล้านบาท
กรณีนี้สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นควบคู่กับการขยายตัวของธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพราะการขุดบิตคอยน์ต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงทำงานต่อเนื่องตลอดเวลา ส่งผลให้ใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก หากมีการต่อสายไฟโดยไม่ผ่านระบบมิเตอร์ตามกฎหมาย ความเสียหายจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ค่าไฟฟ้าที่หายไป แต่ยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าและความเป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้ารายอื่นด้วย
พบเครื่องขุด 12 เครื่องในพื้นที่บ้านโนนทัน
รายงานของกรุงเทพธุรกิจระบุว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดขอนแก่น ได้เข้าตรวจสอบจุดเสี่ยงในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น หลังสงสัยว่ามีการลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อขุดเหมืองเงินดิจิทัล
หนึ่งในจุดที่ถูกตรวจสอบคือบริเวณบ้านโนนทัน ซึ่งมีรายงานว่าพบการต่อสายไฟฟ้าเข้าอาคารพาณิชย์โดยไม่ผ่านมิเตอร์ ภายในอาคารพบเครื่องขุดเงินดิจิทัลจำนวน 12 เครื่อง และประเมินความเสียหายเฉพาะจุดนี้ราว 2 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมประสานตำรวจเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
อีก 3 จุดอยู่ระหว่างขอหมายค้น
นอกจากจุดที่บ้านโนนทัน ยังมีรายงานว่าพบพื้นที่ที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าเพิ่มเติมในพื้นที่บ้านหนองไผ่และบ้านโนนตุ่น รวมอีก 3 จุด โดยอยู่ระหว่างประสานพนักงานสอบสวนเพื่อขอหมายค้นจากศาล ก่อนเข้าตรวจสอบภายในอาคารและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
ยอดความเสียหายจากการตรวจสอบทั้ง 4 จุดถูกประเมินเบื้องต้นรวมประมาณ 8 ล้านบาท ตัวเลขนี้ยังอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามผลตรวจสอบเชิงเทคนิค ปริมาณการใช้ไฟฟ้า ระยะเวลาการลักลอบใช้งาน และหลักฐานที่เจ้าหน้าที่พบเพิ่มเติมหลังเข้าตรวจค้นครบทุกพื้นที่
ทำไมการขุดบิตคอยน์จึงโยงกับค่าไฟสูง
การขุดบิตคอยน์เป็นกระบวนการใช้เครื่องประมวลผลเฉพาะทางเพื่อแข่งขันยืนยันธุรกรรมบนเครือข่ายบล็อกเชน เครื่องเหล่านี้ต้องใช้ไฟฟ้าสูงและมักทำงานตลอด 24 ชั่วโมง การลดต้นทุนไฟฟ้าจึงเป็นปัจจัยสำคัญของผู้ประกอบการบางราย แต่หากเลือกใช้วิธีลักลอบต่อไฟ ย่อมเข้าข่ายกระทำผิดและสร้างภาระให้ระบบไฟฟ้าโดยรวม
สำหรับประชาชนในพื้นที่ ประเด็นที่ต้องจับตาต่อคือการดำเนินคดีหลังรวบรวมหลักฐานครบถ้วน รวมถึงมาตรการตรวจสอบจุดเสี่ยงเพิ่มเติม เพราะลักษณะการใช้งานไฟฟ้าที่ผิดปกติในอาคารพาณิชย์ โกดัง หรือบ้านพัก อาจส่งผลต่อความปลอดภัย เช่น ความร้อนสะสมจากเครื่องจักร สายไฟรับโหลดเกิน และความเสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจร
กรณีขอนแก่นจึงไม่ใช่เพียงข่าวเทคโนโลยีหรือข่าวสินทรัพย์ดิจิทัล แต่เป็นข่าวเศรษฐกิจและความปลอดภัยของชุมชนด้วย หากผลสอบยืนยันการลักลอบใช้ไฟฟ้า ผู้เกี่ยวข้องอาจต้องรับผิดทั้งค่าเสียหายและกระบวนการทางกฎหมายตามที่หน่วยงานรัฐดำเนินการต่อไป
เรียบเรียงจาก กรุงเทพธุรกิจ และข้อมูลการรายงานข่าวที่อ้างถึงการตรวจสอบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดขอนแก่น


