ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
กีฬา

ปารากวัยช็อกเยอรมนี ดวลจุดโทษลิ่วรอบ 16 ทีมฟุตบอลโลก 2026

ปารากวัยพลิกล็อกชนะเยอรมนีในการดวลจุดโทษ หลังเสมอ 1-1 ตลอด 120 นาที ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมฟุตบอลโลก 2026

โดย กองบรรณาธิการ··อัปเดต 30 มิถุนายน 2569·อ่าน 7 นาที·2 ครั้ง
แชร์บทความ

รายงานบทความนี้

เลือกเหตุผลที่ต้องการรายงาน

นักเตะเยอรมนีในเกมพบปารากวัย ฟุตบอลโลก 2026
เยอรมนีตกรอบฟุตบอลโลก 2026 หลังแพ้ปารากวัยในการดวลจุดโทษ — ภาพจากข่าวสด

ปารากวัยสร้างหนึ่งในผลการแข่งขันสุดช็อกของฟุตบอลโลก 2026 หลังยันเสมอเยอรมนี 1-1 ตลอด 120 นาที ก่อนเอาชนะในการดวลจุดโทษด้วยสกอร์รวม 5-4 ส่งอดีตแชมป์โลก 4 สมัยตกรอบ 32 ทีม ขณะที่ทีมจากอเมริกาใต้ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมได้สำเร็จ

เกมนี้เตะเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่ยิลเลตต์ สเตเดียม รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เยอรมนีลงสนามในฐานะแชมป์กลุ่มอีจากยุโรป พบกับปารากวัย ทีมอันดับ 3 ของกลุ่มดีจากอเมริกาใต้ ซึ่งเข้าร่วมฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 9

ปารากวัยนำก่อน เยอรมนีไล่เจ๊าครึ่งหลัง

แม้ก่อนเกมเยอรมนีถูกมองว่ามีภาษีเหนือกว่า ทั้งชื่อชั้น ประสบการณ์ และคุณภาพผู้เล่น แต่รูปเกมไม่ได้ง่ายอย่างที่คาด ปารากวัยเป็นฝ่ายสร้างโอกาสลุ้นประตูก่อนหลายครั้ง และในนาทีที่ 42 ฮูลิโอ เอ็นซิโซ โหม่งในกรอบเขตโทษแบบไม่มีตัวประกบ ส่งปารากวัยขึ้นนำ 1-0 ก่อนจบครึ่งแรก

ครึ่งหลังเยอรมนียังคงเดินเกมบุกต่อเนื่อง กระทั่งนาทีที่ 54 ไค ฮาแวร์ตซ์ โหม่งทำประตูตีเสมอ 1-1 ให้ทัพอินทรีเหล็กกลับมาอยู่ในเกม หลังจากนั้นทั้งสองทีมไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ในเวลาปกติ 90 นาที ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษเพื่อตัดสินผู้เข้ารอบ

ประตูของทาห์ถูกริบ ก่อนปารากวัยแม่นกว่าในจุดโทษ

ช่วงต่อเวลาพิเศษ เยอรมนีเกือบพลิกขึ้นนำจากจังหวะที่โยนาธาน ทาห์ โหม่งบอลเข้าประตู แต่ผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์และตัดสินว่าเยอรมนีทำฟาวล์ก่อน จึงไม่ให้ประตูดังกล่าว ส่งผลให้สกอร์ยังเสมอ 1-1 จนครบ 120 นาที

เมื่อเข้าสู่การดวลจุดโทษ ปารากวัยเป็นฝ่ายนิ่งกว่าและเอาชนะไปด้วยสกอร์รวม 5-4 กลายเป็นชัยชนะที่ถูกมองว่าเป็นการพลิกล็อกครั้งใหญ่ของทัวร์นาเมนต์ เพราะเยอรมนีเป็นหนึ่งในทีมที่ถูกจับตาในฐานะอดีตแชมป์โลก 4 สมัย และเพิ่งผ่านรอบแบ่งกลุ่มด้วยตำแหน่งแชมป์กลุ่ม

รอบต่อไปเจอผู้ชนะฝรั่งเศส-สวีเดน

ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ปารากวัยผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยโปรแกรมนัดต่อไปจะพบกับผู้ชนะระหว่างฝรั่งเศสกับสวีเดน ที่ลินคอล์น ไฟแนนเชียล ฟิลด์ เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 5 กรกฎาคม

สำหรับเยอรมนี การตกรอบครั้งนี้ถือเป็นบทสรุปที่เจ็บปวด เพราะพวกเขาครองบอลและกดดันคู่แข่งได้มากในหลายช่วงของเกม แต่ไม่สามารถปิดเกมได้ ขณะที่ปารากวัยแสดงให้เห็นถึงวินัยเกมรับ ความอดทน และความเฉียบขาดในจังหวะชี้ขาด ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของฟุตบอลน็อกเอาต์

ผลการแข่งขันนี้ยังตอกย้ำเสน่ห์ของฟุตบอลโลก 2026 ที่รูปแบบ 48 ทีมเปิดโอกาสให้หลายชาติได้สร้างเซอร์ไพรส์มากขึ้น และเมื่อเข้าสู่รอบแพ้คัดออก ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวหรือการยิงจุดโทษที่ไม่เด็ดขาด อาจเปลี่ยนเส้นทางของทีมใหญ่ได้ทันที

เรียบเรียงจาก ข่าวสด, The Guardian และ ESPN

ความคิดเห็น

การแสดงความคิดเห็นถือว่ายอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว — เราเก็บ IP (แบบเข้ารหัส) เพื่อป้องกันสแปม

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกสิ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูหมวดกีฬา